ผิวแพ้เป็นการอักเสบเกิดขึ้นเป็นผื่น/ปื้นแพ้ซึ่งผื่นแพ้แบ่งเป็น มี 2 กลุ่มใหญ่ คือกลุ่มผื่นภูมิแพ้ (atopic dermatitis) และกลุ่มผื่นแพ้สัมผัส (allergic contact dermatitis) ผด เป็นเม็ดที่เกิดการอักเสบของผิวหนังที่ตำแหน่งรูเปิดของท่อต่อมเหงื่อ อันเนื่องจากความอบร้อนชื้น ทำให้เกิดผื่นเม็ดแดงคัน
- เกิดได้ทุกที่ของร่างกาย มักเป็นบริเวณข้อพับ
- ไม่สามารถพิสูจน์ได้ด้วยการพิสูจน์ทดสอบผิว แต่พิสูจน์ด้วยข้อมูลประวัติทางกรรมพันธุ์
การหาข้อมูลประวัติทางกรรมพันธุ์
ผื่นภูมิแพ้ (atopic dermatitis) จะต้องมีประวัติครอบครัวเป็นภูมิแพ้ใด หรือจามหอบ หรือหืดง่าย หรือมักมีผื่นอยู่ตำแหน่งที่ตามข้อพับ แขน ขา
- เกิดเฉพาะตำแหน่งที่สัมผัสกับสารที่แพ้ที่สามารถพิสูจน์ได้
- สามารถพิสูจน์ได้ด้วยการทำทดสอบผิว
การทดสอบผิวหาสารแพ้
การแพ้สัมผัส สามารถพิสูจน์ว่าแพ้สารอะไรด้วยการทำ patch test
ที่มาของสารอักเสบผิวแพ้
ผิวแพ้มีที่มาของการทำให้ผิวเกิดการอักเสบของทั้งกลุ่มมีที่มาต่างกันดังนี้
- ผื่นภูมิแพ้ สารอักเสบเริ่มจากที่เซลหนังกำพร้า
- ผื่นแพ้สัมผัส สารอักเสบ เซลอักเสบในผิวหนังแท้เป็นตั้งแต่เริ่มต้น
ลักษณะของผื่นแพ้
ลักษณะของผื่นแพ้ทั้ง 2 กลุ่ม คือ ทั้งผื่นภูมิแพ้และผื่นแพ้สัมผัสจะปรากฏได้ 3 ลักษณะ ตามระดับความรุนแรง ดังนี้
ระดับที่ 1 ผิวเป็นขุ๋ย หรือผิวแห้งการอักเสบอยู่เฉพาะที่ชั้นผิวหนังกำพร้า
ระดับที่ 2 เป็นปื้นแดงอย่างเดียว ไม่มีบวมนูน การอักเสบยังอยู่แต่ที่ชั้นหนังกำพร้า ยังไม่ลุกลามไปถึงชั้นผิวหนังแท้
ระดับที่ 3 เป็นปื้นแดงบวมนูนร่วมกับตุ่มหรือตุ่มน้ำใส การอักเสบลุกลามลงไปถึงชั้นหนังแท้
ผื่นแดงจากการแพ้สัมผัส อยู่ระดับที่ 1 หรือระดับที่ 2 คือยังไม่บวม ไม่เป็นตุ่ม หรือตุ่มน้ำยังพอจะหลีกเลี่ยงการใช้ยาทา steroid ได้
โดยใช้ตัวยาที่แม่นยำกับสารอักเสบที่เกิดที่ชั้นผิวหนังกำพร้า ด้วยผลิตภัณฑ์ ที่พึงประสงค์ที่ออกฤทธิ์ที่ผิวหนังชั้นหนังกำพร้า
วิธีการใช้ผลิตภัณฑ์
ทาวันละ2 ครั้ง ต่อเนื่องจนหายแดงและใช้ต่อจนแน่ใจว่าไม่มีขุ๋ยเหลืออยู่บริเวณนั้นๆ
- Online
- Telemedicine (10.00 น. – 16.00 น. เว้นวันหยุดราชการ) ติดต่อทาง Facebook Messenger




